เครื่องดื่มบำรุงกระดูก

         Untitled

                     ส่งท้ายสัปดาห์ที่ว่าด้วยเรื่องปวดหลังกินดีเตรียมสูตรเครื่องดื่มบำรุงกระดูกมาให้คุณผู้อ่านลองนำไปผสมดื่มด้วยตนเอง เพราะสารอาหารจากผักและผลไม้ที่รวมอยู่ในเครื่องดื่มมากคุณประโยชน์แก้วนี้ได้จาก บร็อกโคลีที่อุดมไปด้วยไฟโตเคมิคอล ซัลโฟราเฟน กลูโคซิโนเลต สารต้านการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง แอปเปิ้ลเขียวช่วยลดความตึงเครียด เพราะมีโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 ทั้งยังมีกรดมาลิก แทนนิก เส้นใบเพ็กติน ช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหาร-ลำไส้ และช่วยลดไข้ บรรเทาอาการอักเสบของเนื้อเยื่อ

นอกจากนี้ยังมี คะน้าสรรพคุณช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ แก้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะมีวิตามินบี2 ขณะที่ ผักชีฝรั่งช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เมื่อเกิดแผลยังช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เร็ว ส่วนขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ช่วยบำรุงตับ แก้ร้อนในและความดันโลหิตได้

ส่วนผสมต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น จะต้องเตรียมตามสัดส่วนต่อไปนี้…
บร็อกโคลี 1 ถ้วย
ผักชีฝรั่ง 1/2 ถ้วย
คะน้า 1/2 ถ้วย
แอปเปิ้ลเขียว 2 ถ้วย
ขึ้นฉ่าย 1/2 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

สำหรับขั้นตอนในการผสมเครื่องดื่มบำรุงกระดูก เริ่มจากล้างผักและผลไม้ทั้งหมดให้สะอาด นำบร็อกโคลีหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ซอยผักชีฝรั่งและขึ้นฉ่ายจนละเอียด ส่วนคะน้านำไปบุบพอแตกแล้วจึงไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดไปสกัดด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้ แล้วพักไว้

หันไปหั่นแอปเปิ้ลเขียวเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และนำไปปั่นรวมกันกับส่วนผสมที่สกัดเตรียมไว้ด้วยเครื่องปั่น สามารถเติมน้ำแข็งป่นเพื่อความเย็นสดชื่นแล้วดื่มได้ทันที หากน้ำผักและผลไม้มีลักษณะข้นเกินไป ให้เติมน้ำแร่ลงไปเล็กน้อยเพื่อช่วยเจือจาง.

ty106

                         ที่มา : ขอขอบคุณ   http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_05923.php

By wipadasanpead

ความสุขเกิดได้ง่ายเมื่อเข้าใจบริหารสมอง

ความสุขเกิดได้ง่ายเมื่อเข้าใจบริหารสมอง

             เเเสเสส้

               ในการบรรลุความสุข สงบเย็น  จำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของสมอง  เพื่อจะได้มุมานะในการฝึกฝนตนเองให้มีสติแก่กล้า สร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในทุกขณะจิต  เพื่อกำกับให้การมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกและการกระทำต่าง ๆ เป็นไปอย่างสมเหตุสมผล  ก่อให้เกิดผลบวกต่อทั้งตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม  สมองมนุษย์นอกจากมีธรรมชาติของสัตว์ชั้นต่ำที่เป็นด้านลบแล้ว ก็ยังมีธรรมชาติที่เป็นด้านบวกได้แก่การมีสมองส่วนที่เรียกว่า“เปลือกสมองส่วนหน้า”ซึ่งพัฒนาเจริญสูงสุดในมนุษย์   และในช่วงสิบกว่าปีมานี้นักวิทยาศาสตร์ได้มีการค้นพบใหม่ว่า  เซลล์สมองไม่ได้เสื่อมตายทางเดียว หากแต่สามารถงอกใหม่ได้ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหนก็ตาม  และวงจรเชื่อมต่อของเซลล์สมองก็ไม่ได้เป็นสิ่งตายตัวแต่สามารถปรับเปลี่ยนวงจรใหม่ได้ตลอดเวลาจนกระทั่งตาย  ความรู้ใหม่นี้บ่งบอกว่าคนเราสามารถเรียนรู้  ปรับเปลี่ยนจิตใจ  นิสัย  บุคลิกภาพ  และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต  ซึ่งตรงกับคำสอนทางพุทธศาสนาที่ว่ามนุษย์เป็นเวไนยสัตว์    ธรรมชาติด้านบวกเหล่านี้ให้กำลังใจแก่เราอย่างมากว่าคนเราสามารถพัฒนาสมองและจิตใจให้สมบูรณ์และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่วุ่นวายนี้อย่างมีความสุข สงบเย็นได้ โดยการกระตุ้นการงอกใหม่ของเซลล์สมอง  ด้วยการปฏิบัติตนดังนี้

                   ๑. หมั่นออกกำลังกาย  อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๕ วัน  พบว่ามีส่วนกระตุ้นให้หลั่งสารโปรตีนซึ่งส่งเสริมกระบวนการงอกใหม่และปรับเปลี่ยนวงจรใหม่ของเซลล์สมอง

                   ๒. หมั่นทำสมาธิและเจริญสติทุกวัน  เลือกทำได้หลากหลายวิธีร่วมกัน

๓. กินผัก ผลไม้ให้มาก ๆ ทุกวัน  กินปลาและอาหารทะเล(ที่มีโอเมกา ๓  เช่น  ปลาดุก ปลาช่อน ปลาสวาย ปลาสลิด ปลาสำลี ปลากะพงขาว ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู)วันเว้นวัน  จะช่วยในการสร้างเซลล์สมอง

                ๔. นอนหลับให้เพียงพอ  วันละประมาณ ๖ – ๘ ชั่วโมง  หรือมากพอที่จะทำให้มีความตื่นตัวและสดชื่นได้ทั้งวัน

                ๕. หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ  เช่น  อ่านหนังสือ  ค้นคว้าหรือฟังบรรยายความรู้ต่าง ๆ  แล้วหัดบันทึกสิ่งที่เรียนรู้จนเป็นนิสัย

                ๖. ฝึกใช้สมองบ่อย ๆ  เช่น  เล่นเกม  หมากรุก  หมากฮอส  ต่อภาพ  ต่อคำศัพท์  เล่นไพ่  เป็นต้น

               ๗. หมั่นคิดดี ทำดี พูดดี เพื่อปรับเปลี่ยน“ระบบคิด”ให้เป็นด้านบวกแทนที่ด้านลบให้มากขึ้น

๘. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำลายเซลล์สมอง  เช่น  ความเครียด  การอดนอน  บุหรี่  เหล้า  สารเสพติด  การบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือนศีรษะ  เป็นต้น

ปี ๒๕๕๖ นี้อยากชวนทุกท่านมาบริหารสมองให้เปลือกสมองส่วนหน้าโต  เพื่อบรรลุความสุข สงบเย็นกันนะคะ

     18

                              ที่มา : ขอขอบคุณhttp://www.lph.go.th/lampang/index.php?option=com_content&view=article&id

By wipadasanpead

มะเร็งป้องกันได้

วิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป  ประกอบกับความก้าวหน้าทางด้านสาธารณสุข  ทำให้คนในปัจจุบันมีอายุยืนยาวขึ้น  ส่งผลให้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังรวมถึงโรคมะเร็ง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนำมาสู่ปัญหาสาธารณสุขและเป็นสาเหตุการตายสำคัญที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นๆ

              “มะเร็ง” เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก  โดยสมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (Unionfor International Cancer Control, UICC)  ได้กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นวันมะเร็งโลก เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเพิ่มความตระหนักในการดูแลตนเอง  เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง   ที่องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า  อีก 27 ปีข้างหน้า คือปี ค.ศ. 2030 จะมีประชากรทั่วโลกตายด้วยโรคมะเร็งถึง 12 ล้านคน หรือ 1 ล้านคนต่อเดือน  หากทุกประเทศยังไม่มีมาตรการป้องกัน และควบคุมที่มีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง

ในประเทศไทย มะเร็งก็เป็นสาเหตุการตาย อันดับต้นๆ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เช่น  ปี 2551 มีคนไทยตายด้วยโรคมะเร็งถึง 70,334 ราย หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 ราย   ซึ่งมะเร็งที่พบมากในผู้ชาย 3 อันดับแรก คือ มะเร็งตับ  มะเร็งปอด  และมะเร็งลำไส้ใหญ่  ส่วนในผู้หญิง คือ มะเร็งเต้านม  มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับ ตามลำดับ

ถึงแม้มะเร็งจะเป็นโรคร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ   แต่ข้อมูลที่ควรทราบคือ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งสามารถป้องกันได้ และ 1 ใน 3 สามารถตรวจพบในระยะเริ่มแรกและรักษาให้หายขาดได้   ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้เน้นเรื่องการป้องกันการเกิดโรคเป็นหลัก   ดังนั้นความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง  เพื่อหลีกเลี่ยงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงจะสามารถป้องกันการเกิดโรคได้  นั่นคือการปฏิบัติตัว ตาม5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง” นั่นเอง  โดย 5 ทำ ได้แก่  ออกกำลังกายเป็นนิจ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที   ทำจิตใจแจ่มใส  จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคได้   กินผัก ผลไม้ ให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาหารแต่ละมื้อ นอกจากจะมีสารต้านมะเร็ง แล้วยังมีเส้นใยอาหารที่จะช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ได้   กินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ และสด สะอาด ไม่มีรา  ลดอาหารมัน  ดองเค็ม  ปิ้งย่าง หรือรมควัน และตรวจร่างกายเป็นประจำ  โดยตรวจสุขภาพประจำปี และสำรวจร่างกายตามสัญญาณอันตราย 7 ประการของโรคมะเร็ง  ได้แก่  ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปร  เป็นแผลไม่รู้จักหาย  ร่างกายมีก้อนตุ่ม  กลุ้มใจเรื่องกินกลืนอาหาร  ทวารทั้งหลายมีเลือดไหล  ไฝ หูดที่เปลี่ยนไป  ไอและเสียงแหบจนเรื้อรัง และหากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

               สำหรับ 5 ไม่  คือสิ่งที่ไม่ควรทำ ได้แก่  ไม่สูบบุหรี่  ไม่มั่วเซ็กส์  ไม่ดื่มสุรา  ไม่ตากแดดจ้า และไม่กินปลาน้ำจืดดิบ

อย่าลืม! ดูแลตนเองอย่างใส่ใจ  จะห่างไกลจากโรคมะเร็งค่ะ

ss94

ที่มา : ขอบขอบคุณhttp://www.lph.go.th/lampang/index.php?option=com

By wipadasanpead

เกร็ดน่ารู้

            สุขภาพ

สุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา สุขภาพดีเป็นสิ่งพรหมลิขิตให้แต่ไม่ทั้งหมด หลายคนไขว่ขว้าหาสุขภาพดี ใช้เงินใช้ทองซื้อทำสปา เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก ซื้ออาหารลดน้ำหนักมารับประทาน การมีสุขภาพที่ดีต้องอาศัยตัวเองดูแลสุขภาพ ให้เวลากับตัวเองเพียงวันละ 1 ชั่วโมงในการออกกำลังกาย อีก 7 ชั่วโมงในการนอนหลับ และรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ

imagesCAHNZOV4

ธรรมชาติคงไม่ให้สุขภาพที่ดีแด่คนที่ชอบทำร้ายตัวเองอยู่เรื่อย แม้ว่าจะทราบแล้วว่าสิ่งนั้นไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ สุขภาพไม่สามารถซื้อด้วยเงิน ถึงแม้คุณจะรวยเป็นมหาเศรษฐีหากคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดี เงินที่มีอยู่เพียงบรรเทาอาการเท่านั้น

หลายท่านคิดว่าการออกกำลังกายเสียเวลา ท่านลองจิตนาการ ถึงภาระงานที่ท่านรับผิดชอบ ในแต่ละวันว่ามีมากน้อยเพียงใด หากท่านไม่ดูแลตัวเองและเกิดโชคร้ายท่านเป็นโรคอัมพาตหรือโรคหัวใจ ภาระที่ท่านว่ามากมายจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ภาระเหล่านั้นใครจะเป็นคนดูแล และหากโชคร้ายถึงขั้นช่วยตัวเองไม่ได้ ใครจะมาเป็นคนดูแลท่าน ท่านเพียงเสียเวลาวันละประมาณ 1 ชั่วโมง หรือท่านอาจจะใช้เวลาในการดูทีวีและออกกำลังกายไปด้วยกันซึ่งก็จะทำให้ท่านมีสุขภาพที่ดีขึ้น

หลายท่านเชื่อว่า คนผอมเท่านั้นที่มีสุขภาพดี จึงทำการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเป็นการใหญ่เพื่อให้น้ำหนักได้มาตรฐาน แต่การลดน้ำหนักอาจจะเป็นเรื่องลำบาก และการอดอาหารเป็นเวลานานๆอาจจะมีอันตรายต่อสุขภาพ จึงอยากให้ท่านผู้อ่านได้เปลี่ยนมุมมองใหม่

การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่หมายถึงการที่เราดูแลตัวเองอย่าถูกต้องตั้งแต่เรื่อง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การป้องกันโรค การลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ร่างกายเรากระปี้กระเปร่าพร้อมที่จะดำเนินชีวิตประจำวัน เนื้อหาที่จะกล่าวจะเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของท่าน

          การดูแลสุขภาพที่ดี เริ่มต้นด้วยโภชนาการที่ถูกต้อง

การกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการคือพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพดี แต่ในปัจจุบันเรามักนิยมบริโภคอาหารตามฝรั่ง ซึ่งเน้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม แป้งและน้ำตาลบริสุทธิ์ ตลอดจนอาหารแปรรูปต่าง ๆ

ทั้งที่อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของความเจ็บป่วยที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขข้ออักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน หรือการเป็นหวัดบ่อย ๆ

      วิธีปฏิบัติเพื่อการกินที่ดีมีอยู่ว่า
         กินผักสดและผลไม้เป็นประจำทุกวันโดยเลือกให้ได้ 5 ชนิดและสีสันให้มากที่สุดและต้องมั่นใจเรื่องความสะอาดและปลอดสารเคมีตกค้างกินอาหารปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น ผงชูรส สารกันบูด สีปรุงแต่งซึ่งจะมีมากมายในอาหารปรุงรสและหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสี หรือแปรรูป เช่น น้ำตาลและข้าว ควรซื้ออาหารครั้งละแต่พอกิน อย่าซื้อเก็บ มิฉะนั้นคุณค่าทางอาหารจะลดลงเรื่อย ๆควรทานอาหารแต่ละมื้อให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสมสม่ำเสมอเป็นประจำ

hh103

ที่มา : ขอบขอบคุณhttp://www.siamhealth.net/public_html/index0/good_index.htm

By wipadasanpead